หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยาชั้น ๖

หน่วยวิชา  ธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยา            ภาค ฉันทะ                        ชั้น   ๖              ปีการศึกษา ๒๕๕๕
มโนทัศน์ของภาค  ปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ครูผู้สอน ครูอัมภิณี  เลิศปีติวาณิชย์  และ ครูเกศ  ศรีวัฒนพล      

แก่นสาระการเรียนรู้ เจตคติและสมรรถนะที่คาดหวังในภาคเรียน
เรียนรู้ เข้าใจ  และอธิบายการเกิดดวงอาทิตย์    พลังงานที่ได้จากดวงอาทิตย์และอิทธิพลของพลังงานของดวงอาทิตย์ที่มีต่อ ระบบสุริยะและต่อปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก เช่น การเกิดลมคลื่น กระแสน้ำและวัฏจักรของน้ำ รวมทั้งผลของพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่นับวันจะมีความถี่ ความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อมนุษย์มากยิ่งขึ้น  ดังนั้นจึงควรศึกษาและตระหนักถึงความสำคัญของอานุภาพแห่งดวงอาทิตย์  ด้วยกระบวนการเรียนรู้จากการตั้งคำถาม  สังเกต  สืบค้น  การลงมือปฏิบัติ  สื่อประสบการณ์ที่ได้จากภาคสนาม วิเคราะห์ เชื่อมโยง   และสรุปเป็นองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

(สรุป แก่นสาระการเรียนรู้ในประจำภาคเรียน และ สรุป เจตคติที่มีต่อวิชาและสมรถนะที่คาดหวังว่าจะให้เกิดขึ้นในนักเรียน)


สัปดาห์
แก่นสาระการเรียนรู้
เจตคติและสมรรถนะที่คาดหวัง
ชิ้นงานสำคัญ
๑
ดวงอาทิตย์  แรงโน้มถ่วง แรงหนีศูนย์กลาง กับระบบสุริยะ
๑. นักเรียนบอกความหมายและระบุตัวแปรที่มีผลต่อแรงดึงดูดระหว่างมวลจากการทดลอง
๒. นักเรียนบอกความหมายของแรงหนีศูนย์กลางจากการทดลอง
๓. เชื่องโยงปรากฏการณ์การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ด้วยสมดุลของแรงดึงดูดระหว่างมวลและแรงหนีศูนย์กลางจากการดูวิดีทัศน์
๔. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล เลือกและนำเสนอข้อมูลผ่านการทำชิ้นงานแผนผังระบบสุริยะ
ทำแผนผังระบบสุริยะที่แสดง
- บริวารสำคัญ (ดาวเคราะห์ ไม่นับดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ กลุ่มดาวเคราะห์น้อย) ชื่อและขนาด
- ระยะห่างโดยเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์
- ทิศทางของวงโคจรรอบดวงอาทิตย์
- ระยะเวลาการหมุนรอบดวงอาทิตย์
- ทิศทางของการหมุนรอบตัวเอง
- ระยะเวลาการหมุนรอบตัวเอง  (สัปดาห์ที่ ๑-๒)

๒
ดวงอาทิตย์กับพลังงานนิวเคลียร์ และการแผ่รังสี
๑. นักเรียนบอกที่มาของพลังงานจากดวงอาทิตย์ผ่านการดูสื่อวิดีทัศน์
๒. นักเรียนเชื่อมโยงพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่มาถึงโลกด้วยการแผ่รังสีผ่านการดูสื่อวิดีทัศน์และภาพประกอบ
๓. นักเรียนยกตัวอย่างปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แสดงถึงการแผ่รังสีจากการทดลองเปรียบเทียบและภาพประกอบ
๓
การเปลี่ยนรูปพลังงานนิวเคลียร์ Ò รังสีÒ ความร้อน

๑. นักเรียนอธิบายหลักการเปลี่ยนรูปจากรังสีเป็นพลังงานความร้อนจากการสืบค้น
๒. นักเรียนยกตัวอย่างอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนรูปจากรังสีเป็นพลังงานความร้อน เช่น เตาไมโครเวฟ
๓. นักเรียนอธิบายหลักการเปลี่ยนรูปพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกลผ่านการดูสื่อวิดีทัศน์และการทดลองเปรียบเทียบ
๔. นักเรียนยกตัวอย่างการเปลี่ยนรูปพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล เช่น เครื่องจักรไอน้ำ จากสื่อวิดีทัศน์
๕. นักเรียนออกแบบและสร้างประดิษฐกรรมที่ใช้พลังงานจากแสงสว่างหรือความร้อนจากดวงอาทิตย์
ออกแบบและสร้างประดิษฐกรรมที่ใช้พลังงานจากแสงสว่างหรือความร้อนที่ได้จากดวงอาทิตย์ พร้อมเขียนคำอธิบายระบบการทำงานของประดิษฐกรรมชิ้นนั้น (โดยเป็นประดิษฐกรรมที่เพื่อนจะคาดไม่ถึงและต้องมีราคาไม่แพงหรือหาได้จากวัสดุภายในบ้าน หรือในโรงเก็บขยะของโรงเรียน     (สัปดาห์ที่ ๓-๔)

๔
การเปลี่ยนรูปพลังงานความร้อน Ò พลังงานจลน์  (ลม , คลื่นและกระแสน้ำ)
๑. นักเรียนเข้าใจหลักการเกิดลมจากการทดลอง
๒. นักเรียนอธิบายลักษณะทิศทางการเคลื่อนที่ของลมและ
การถ่ายทอดพลังงานจากลมที่ทำให้เกิดคลื่นน้ำจากการทดลอง
๓. นักเรียนอธิบายสมบัติการสะท้อนของคลื่นในธรรมชาติได้จากการทดลองและสื่อวิดีทัศน์


๕
พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิดลม คลื่น กระแสน้ำและวัฏจักรของน้ำ

๑. นักเรียนทบทวนหลักการเกิดวัฏจักรน้ำและเชื่อมโยงสู่วัฏจักรน้ำในธรรมชาติ
๒. นักเรียนอธิบายทิศทางการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำในธรรมชาติจากการทดลอง
๓. นักเรียนศึกษาแบบจำลองพลังงานจาก ลม คลื่นน้ำ กระแสน้ำ ที่มีผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง
๔. นักเรียนเห็นผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งในที่ต่างๆจากสื่อวิดีทัศน์และบทความต่าง ๆ
เขียนแผนผังแสดงเส้นทางพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่เดิน ทางมาสู่โลกและก่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำรง ชีวิตของมนุษย์ให้หลากหลายมากที่สุด เท่าที่จะทำได้         
(สัปดาห์ที่ ๕)


๖
ภาคสนาม บ้านขุนสมุทรจีน (พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่มีผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง/สมมติฐานลักษณะการกัดเซาะและขนาดความเสียหายที่บ้านขุนสมุทรจีน)
๑. นักเรียนสร้างสมมติฐานลักษณะการกัดเซาะและขนาดความเสียหายที่บ้านขุนสมุทรจีน
๒. นักเรียนได้ประสบการณ์เชิงประจักษ์รับรู้และตระหนักถึงพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่มีผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง
๓. นักเรียนฝึกและเลือกบันทึกความรู้จากการไปภาคสนาม
สมุดภาคสนาม
๗
หลังภาคสนามประมวลการเรียนรู้ (ทดสอบย่อย)
๑. นักเรียนประมวลความรู้หลังภาคสนามจากการบันทึกลงในสมุดภาคสนามและการสืบค้น
๒. นักเรียนทบทวนและประมวลความรู้    
๘
สร้างโครงงาน “ พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่มีผลต่อการเกิดภัยพิบัติอื่น ๆ บนโลก (เน้นในมุมที่คิดไม่ถึง พร้อมตัวอย่างของจริง) “
๑. นักเรียนสามารถออกแบบการทำงาน  การหาความรู้  เชื่อมโยงความรู้พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่มีผลต่อการเกิดภัยพิบัติอื่น ๆ บนโลก

๙
๑๐
ชื่นใจได้เรียนรู้(เผยตน)
๑. นักเรียนวิเคราะห์ เชื่อมโยง   สรุปเป็นองค์ความรู้และนำเสนอ



จำนวนคาบสอน  จำนวนคาบรวม ๓๖ คาบ  / จำนวน ๔ คาบ และ ๒ ครั้งต่อสัปดาห์
เอกสารประกอบการสอน  ชุดความรู้พลังงานดวงอาทิตย์  หนังสือ Harcourt  ป.๖  โลกและดาราศาสตร์ พจนานุกรมศัพท์ทางฟิสิกส์ และ      สารานุกรม
สื่อการเรียนรู้ อุปกรณ์การทดลอง  วีดิทัศน์  ภาพประกอบ และบทความ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น